วัดภูมินทร์
เป็นวัดหลวง
ตั้งอยู่ในเขตพระนครดังปรากฏชื่อตำบลในเวียงในปัจจุบัน
อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน
ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์
เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้น
หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี เมื่อ พ.ศ.2139
มีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์"
แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น
"วัดภูมินทร์"
จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดที่สร้างทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว
อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร
และพระเจดีย์ประธาน
โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร
และอาคารแนวเหนือ-ใต้ เป็นพระอุโบสถ
รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมืองโบราณ
จังหวัดสมุทรปราการ ได้จำลองพระวิหารหลังนี้ไว้ด้วย

สามร้อยปีต่อมา วัดภูมินทร์
ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ
พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อมนานถึง 7
ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงก็เขียนขึ้นในช่วงนี้
ภาพจิตรกรรมหรือ "ฮูบแต้ม"
ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนา
แต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น
มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ เช่น
ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วง ของชาวไทลื้อ
พ่อแม่จะอนุญาตให้หนุ่มสาวพบปะกันที่ชานบ้านในเวลาค่ำ
ขณะหญิงสาวกำลังปั่นฝ้าย หรือ "อยู่ข่วง"
หากสาวเจ้าตกลงปลงใจด้วยก็จะจัดพิธีแต่งงาน
หรือที่เรียกว่า "เอาคำ ไปป่องกั๋น"
หรือเป็นทองแผ่นเดียวกัน การค้าขายแลกเปลี่ยนในชุมชน
ภาพชาวพื้นเมือง ซึ่งอาจเป็นชาวเขา "เป๊อะ" ของป่าบนศรีษะ
เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับคนเมือง ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน
ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร์
มีการใช้สีแดง ฟ้าดำ น้ำตาลเข้มเป็นปื้นใหญ่ ๆ
คล้ายภาพสมัยใหม่
ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่าน
หญิงสาวกำลังทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง นอกชานมีเรือนเล็ก
ๆ ตั้งหม้อน้ำดินเผาที่เรียกว่า "ร้านน้ำ"
ส่วนชายหนุ่มไว้ผมทรงหลักแจวหรือทรงมหาดไทย
แสดงให้เห็นอิทธิพลตะวันตกที่เข้ามาผสมผสานในวิถีพื้นเมืองน่าน
ภาพชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาเมืองน่านช่วงรัชกาลที่ 5
ทรงผม
และเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเป็นรูปแบบเดียวกับที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรปขณะนั้น

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงษ์
ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน เดิมเรียก "วัดหลวง"
หรือ "วัดหลวงกลางเวียง" สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง
พ.ศ. 1949 เป็นวัดหลวงในเขตนครน่าน
สำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือ
น้ำพิพัฒน์สัตยา ตามศิลาจารึกหลักที่ 74
ซึ่งถูกค้นพบภายในวัดกล่าวว่า พญาพลเทพฤาชัย
เจ้าเมืองน่านได้ปฏิสังขรณ์บูรณะวิหารหลวงเมื่อ พ.ศ.
2091
ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุช้างค้ำนี้สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย
อาทิ เจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง)
รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว
ด้านละ 5 เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก
ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ "ค้ำ" องค์เจดีย์ไว้
ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย
และภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย
อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19
ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย
มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปปางประทานอภัยที่วัดราชธานี
จังหวัดสุโขทัย
พระประธานเป็นปูนปั้นขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสน
ฝีมือสกุลช่างน่านที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งของเมืองน่าน