|
วัสดุตกแต่งบ้าน
ปัจจุบันมีวัสดุตกแต่งใหม่ๆผลิตออกมาให้เลือกมากมาย
ซึ่งวัสดุต่างๆก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ดังนี้
1.
Textile Wall
Covering
เป็นผืนผ้าที่ทอขึ้นเพื่อใช้ปิดผนัง บรรจุเป็นม้วนคล้ายวอลล์เปเปอร์
แต่จำหน่ายเป็นตารางเมตร เหมาะสำหรับใช้ปกปิดผนังที่ไม่เรียบร้อย
ให้ความรู้สึกหรูหราลักษณะใกล้เคียงกับ
Wall Furnishing
ซึ่งเป็นการนำผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ที่มีความหนามาใช้ปิดผนัง
นอกจากนี้ยังมีชนิดที่นำเส้นใยธรรมชาติเช่น ปอ ผักตบชวา มาสานเป็นผืน
ให้ผิวสัมผ้สหยาบ
แต่มีข้อด้วยคือเห็นรอยต่อระหว่างแผ่นค่อนข้างชัดและต้องระวังเรื่องปลวก
เหมาะสำหรับบ้านที่ตกแต่งสไตล์โอเรียนทัล หรือทรอปิคอล
2.
Glass Mosaic
คือโมเสคที่ได้จากแก้วซึ่งนำไปเผาแล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆ
โดยมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 0.5-2.5 นิ้ว เมื่อปูแล้วจะได้ผิวที่รียบ
สามารถปูบนพื้นหรือผนังโค้งได้ดี ดูหรูหรา
เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ขึ้นอยู่กับสีสันที่เลือกใช้ มีทั้งแบบใส แบบขุ่น
และแบบที่ผสมทอง เงิน หรือโลหะอื่นๆ ทำให้ดูแวววาว
นอกจากจะใช้ปูเป็นสีเดียวล้วนก็สามารถปูเป็นลวดลายหรือคละสี(Random
Blend) ได้อีกด้วย
3.
Bamboo Flooring
คือพื้นไม้สำเร็จรูปที่ทำจากไม้ไผ่ซึ่งนำมาอัดด้วยระบบไฮดรอลิคให้เป็นแผ่น
แล้วเคลือบผิวหน้าด้วยยูรีเทน โดยใช้ไม้ไผ่ที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่
มีขนาดลำต้นใหญ่ จึงมีความแข็งแกร่ง ทนต่อรอยขีดข่วน
และให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ มีลวดลายของปล้องไม้ไผ่
เหมาะกับบ้านที่ตกแต่งสไตล์โอเรียนทอล
มีให้เลือกทั้งสีธรรมชาติและสีน้ำตาลเข้ม
สามารถใช้น้ำยาเคลือบรักษาเนื้อไม้ได้ มีขนาดความหนา 12 และ 15 มม.
ราคาตารางเมตรละประมาณ 1600 บาท
4. ไม้อัด
OSB (Oriented Strand Board)
เกิดจากการนำเศษไม้สนมาอัดกาวให้เป็น 2 แผ่น มี 2 ชนิดคือ
สำหรับใช้ปูพื้นซึ่งมีความหนา 12 มม. มี 5 สีให้เลือก คือ เทา แดง น้ำเงิน
ขาว เบจ และสีธรรมชาติ ซึ่งนิยมนำมาปูพื้นร้านอาหาร สถานที่สาธารณะ
หรือกรุผนัง กรุฝ้า ทำเฟอร์นิเจอร์
หรือใช้ในงานโครงสร้างเพราะสามารถกันน้ำได้ แผ่นไม้อัด
OSB
มีขนาดมาตรฐาน 120 x 240 เซนติเมตร
มีความหนาตั้งแต่ 10-20 มม. แผ่นไม้มีพื้นผิวหยาบและลวดลายที่เด่นชัด
จึงเหมาะจะใช้เมื่อต้องการให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ
5. วีเนียร์ลายซีบราโน
วีเนียร์ (Veneers)
คือแผ่นไม้บางๆที่ฝาน ปอก
หรือเลื่อยจากไม้ซุงแล้วประกบด้านหลังด้วยวัสดุที่เพิ่มความหนาและความแข็งแรง
เช่น กระดาษ แผ่นไม้อัด หรือเมลามีน
เดิมนิยมนำมาทำเป็นท็อปเคาน์เตอร์ในครัว หรือบานตู้
ปัจจุบันมักนิยมนำมาตกแต่งผิวผนัง
โดยติดวีเนียร์เข้ากับแผ่นไม้อัดหนาประมาณ 4-6 มม.
แล้วนำไปติดกับผนังที่ตีโครงไม้(ไม่ควรใช้กับผนังปูน)
แล้วเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือยูรีเทนเพื่อป้องกนรอยขีดข่วน
วีเนียร์ไม้มีให้เลือกหลากสีหลายลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้
โดยลายที่เห็นลวดลายไม้ชัดเจนเช่นลายซีบราโน(ดังภาพ)
เป็นลายที่กำลังได้รับความนิยม ให้ความรู้สึกทันสมัย
ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างลายเลียนแบบไม้ธรรมชาติหรือที่เรียกว่าวิธี
Recompose ลงบนวีเนียร์แทนการใช้ไม้ลายธรรมชาติ
เนื่องจากหาได้ยากและราคาแพง สำหรับวีเนียร์ลายซีบราโนแบบรีคอมโพส
ราคาอยู่ที่ประมาณ 1800 บาทต่อตารางเมตร
6. สีอีพ็อกซี่
(
Epoxy Coating)
คือสีที่ใช้สำหรับเคลือบผิวคอนกรีต มี 2 ชนิดคือ แบบอีพ็อกซี่ทั่วไป
และแบบที่ปรับผิวเรียบด้วยตัวเอง(Selfleveling)
นิยมใช้กับพื้นโกดังสินค้าหรือบ้านที่ต้องการตกแต่งในสไตล์ดิบๆ
หรืออินดัสเตรียลลุค เนื่องจากมีความทนทานต่อสารเคมี
ทนแรงขัดถูและแรงกระแทก ทำความสะอาดง่ายแต่ไม่ทนต่อรังสียูวี
จึงไม่ควรใช้ภายนอกอาคาร หรือบริเวณที่ต้องโดนแสงแดดโดยตรง
สนนราคาต่อตารางเมตร ประมาณ1000 เมตร
7. หินสังเคราะห์(Solid
Surface)
บางครั้งเรียกว่าหินเทียม หรือเรียกตามชื่อทางการค้า เช่น โคเรียน(Corian)
ไฮแมคส์(Hi-Macs) หรือโพริด็อท(Peridot)
ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์(บางชนิดมีส่วนผสมของหินด้วย) ที่มีความแข็งแกร่ง
ทนทานต่อการขีดข่วน ไม่ซึมน้ำเพราะพื้นผิวไม่มีรูพรุน
ไม่เป็นเชื้อราและทำความสะอาดง่าย
จึงเหมาะจะนำมาทำเป็นท็อปเคาน์เตอร์ในครัวหรือในห้องน้ำ
สามารถขึ้นรูปได้ตามที่ต้องการ มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
มีสีสันให้เลือกมากมาย ทั้งสีล้วนและลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ
รวมถึงแบบโปร่งแสง
เหมาะกับบ้านที่ต้องการตกแต่งให้ดูทันสมัยหรือล้ำยุคแบบอวกาศ
8. สแตนเลสตีล(Stainless
Steel)
ปกติครัวสแตนเลสจะนิยมใช้งานกันในร้านอาหารหรือครัวในโรงแรมต่างๆ
เพราะมีความแข็งแรง ทนต่อการใช้งานหนักได้ดี เป็นวัสดุที่ไม่ซึมน้ำ
จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความเปียกชื้นสูง ทำความสะอาดง่าย
เนื่องจากผิวของวัสดุไม่สะสมคราบสกปรก
ปัจจุบันครัวในบ้านก็ใช้สแตนเลสเป็นท็อปเคาน์เตอร์กันมากขึ้น เพราะทนต่อกรด
ด่าง สารเคมี และความร้อนได้ดี
มีให้เลือกใช้ทั้งแบบที่มีผิวมันเงาแบบผิวขัดด้าน และแบบปั๊มลาย
ช่วยให้ครัวดูสวยงามและทันสมัย
สำหรับสแตนเลสผิวมันวาวจะเกิดรอยขูดขีดและคราบน้ำมันได้ง่ายกว่า ดังนั้น
ในการทำความสะอาดจึงไม่ควรใช้แผ่นใยขัดถูแรงๆ
เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย
9. หิน
Limestone
คือหินธรรมชาติที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสและประเทศในแถบยุโรป
มีสีสันในโทนธรรมชาติให้เลือกถึง 9 สี และมีพื้นผิวที่หลากหลาย
สามารถใช้ปูได้ทั้งพื้นและผนัง รวมถึงใช้ปูห้องน้ำ มีความหนาตั้งแต่ 2 มม.
ขนาดของแผ่นหินสามารถตัดได้ตามสั่ง สำหรับแผ่นมาตรฐานมีขนาด 30 x
30 ซม. และ 40 x 40 ซม. ราคาตารางเมตรละ 4700 บาท
และขนาด 60 x 60 ซม. ราคาตารางเมตรละ 5,750 บาท
การติดตั้งสามารถทำได้2 วิธีคือ
ติดด้วยปูนกาวบนผนังฉาบปูนสำหรับหินแผ่นเล็ก และติดตั้งด้วยระบบ Dry
Process สำหรับหินแผ่นใหญ่
ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง ส่วนการทำความสะอาด
ให้ใช้ผ้าหมาดเช็ด
และควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของกรด
10.
กระเบื้องแกรนิต(Granite
Tile)
เป็นกระเบื้องที่ได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่ง
สามารถรับน้ำหนักและทนต่อแรงเสียดทานได้ดี
เพราะผิวหน้าของแผ่นกระเบื้องมีส่วนผสมของหินธรรมชาติหรือหินแกรนิตนั่นเอง
โดยนำมาเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1300 องศาเซลเซียส
ทำให้เนื้อกระเบื้องมีความแข็งแกร่ง และมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ
จึงเหมาะกับการปูพื้นและผนัง โดยใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
กระเบื้องแกรนิตมีหลากหลายรูปทรงให้เลือกใช้งาน อาทิ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือรูปร่างอิสระ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพื้นสัมผัสของหินธรรมชาติ
การติดตั้งจะคล้ายๆกับการปูกระเบื้องเซรามิค
เพียงแต่ช่างปูกระเบื้องต้องมีความประณีต หรือใส่ใจในรายละเอียดต่างๆอาทิ
การจัดวางหรือการเรียงลวดลาย การยาแนวร่องระหว่างแผ่น เป็นต้น
11.
พื้นไม้ลามิเนต (Laminated
Flooring)
คือแผ่นไม้สำเร็จรูปที่เกิดจากการนำเศษไม้มาอัดเป็นแผ่น
ปิดผิวหน้าด้วยแผ่นฟิล์มพิมพ์ลายไม้
และเคลือบผิวหน้าด้วยเมลามีนเรซินเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
และรองพื้นด้านล่างด้วยฟิล์มป้องกันความชื้นจากด้านล่าง มีขนาด ลวดลาย
และสีสันของไม้ที่หลากหลายให้เลือกใช้
รวมทั้งที่เป็นไม้ปาร์เก้ต์และแบบย้อมสี
โดยมากจะใช้การติดตั้งด้วยวิธีเข้าร่องลิ้น ไม่ต้องใช้กาวติด
จึงติดตั้งได้สะดวกรวดเร็ว นิยมใช้ปูพื้นหรือผนังในบ้านพักอาศัย
อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของไม้ควรระมัดระวังปัญหาเรื่องปลวกและแมลงด้วย
12.
วอลล์เปเปอร์ลายไทย
ปัจจุบันมีผู้ผลิตวอลล์เปเปอร์ที่เป็นลายไทย
คือพิมพ์ลายด้วยสีทองเพื่อแทนการลงรักปิดทองที่ผนังโบสถ์
มีทั้งที่เป็นลายดอกและลายดาวเพดาน
มีคุณสมบัติและวิธีการติดตั้งเหมือนกับวอลล์เปเปอร์ทั่วไป จำหน่ยเป็นม้วน
ม้วนหนึ่งปูได้4.5 ตร.ม. ราคาม้วนละ 1100 บาท
นอกจากจะนิยมใช้กับการตกแต่งผนังและเพดานโบสถ์แล้ว
ยังเหมาะกับการใช้ในสถานที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศแบบไทย
รวมทั้งใช้ในบ้านด้วย
13.
หินหน้ากระแทกธรรมชาติ
หินเป็นวัสดุธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในงานตกแต่งพื้นผนังทั้งภายในและภายนอกอาคารมาเป็นเวลานานแล้ว
เนื่องจากตัววัสดุมีความแข็งแรง
ทนทานต่อการสึกกร่อนรวมถึงสามารถรับน้ำหนักได้ดี หินทราย(Sand
Stone)
คือหินที่ประกอบด้วยเม็ดทรายที่เชื่อมติดกันโดยธรรมชาติ
มีให้เลือกใช้งานหลากหลายสี ตั้งแต่สีขาวถึงเทาแก่ เขียว หรือน้ำตาลปนแดง
ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรูปแบบอาทิ หินทรายหน้าธรรมชาติ
พื้นผิวเป็นคลื่นจากการสกัดผิว และหินทรายกระแทกหน้า
ซึ่งได้จากการนำหินทรายผิวขัดเรียบมาตอกหน้าให้มีพื้นผิวขรุขระ
ต่างไปจากหินทรายหน้าธรรมชาติในรูปแบบเดิมๆ
ดังนั้นหินทรายกระแทกหน้าจึงมีราคาสูงกว่าหินทรายทั่วไปประมาณ 2 เท่า
ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1300 บาทต่อตารางเมตร
14. สีเท็กซ์เจอร์
(Texture
Paint)
เป็นวัสดุชนิดเหลวข้น ซึ่งประกอบด้วยเม็ดหินธรรมชาติ ลาเท็กซ์
อะครีลิคเรซิน และน้ำยาเคมีต่างๆที่ช่วยป้องกันรักษาความชื้น
เชื้อราและตะไคร่น้ำ ทนต่อสภาพภูมิอากาศ และมีคุณสมบัติเป็นฉนวนที่ดี
ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่ และลดเลียงสะท้อน
มีน้ำหนักเบาประมาณ2-3กิโลกรัมต่อตร.ม. จึงช่วยลดปัญหาเรื่องอาคารทรุดตัว
สามารถเจาะหรือตอกตะปูผ่านได้โดยพื้นผิวไม่แตกร้าว
สีเท็กซ์เจอร์สามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
ติดตั้งโดยกรรมวิธีการพ่น ฉาบ หรือใช้ลูกกลิ้ง
สามารถทำเป็นผืนแผ่นเดียวกันได้โดยไม่มีรอยต่อ
โดยยึดเกาะได้กับพื้นผิวแทบทุกชนิด เช่นผนังปูน ยิปซัม ไม้อัด กระจก
หรือโลหะต่างๆ และสามารถพ่นบนเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วย
สำหรับอัตราค่าบริการต่ำสุดเริ่มต้นที่ตร.ม.ละ200บาทเศษ ไปจนถึงหลักพันบาท
โดยราคาที่แตกต่างกันนั้นเกิดจากการใช้หินคนละประเภท ถ้าเป็นหินคัด
(เม็ดหินสวย) ราคาก็จะสูง รวมทั้งปริมาณงานที่ทำ ถ้าพื้นที่น้อยกว่า 50
ตารางเมตรก็จะคิดเป็นงานเหมา
15. ไม้สนเรดิเอต้า
ไม้สนชนิดนี้เป็นไม้ที่นิยมปลูกกันในประเทศนิวซีแลนด์
ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วไป
เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อาทิ มีความแข็งแรงทนทาน
เพราะผ่านการอบแห้งและอาบน้ำยารักษาเนื้อไม้เพื่อป้องกันการบิดงอหรือแตกตรงบริเวณปลายไม้
จึงใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
และสามารถใช้ได้ทั้งงานตกแต่งและงานโครงสร้าง เป็นได้ทั้งพื้น ผนัง
รวมทั้งเฟอรนิเจอร์ มีหลายเกรดให้เลือกใช้
16. แผ่นไม้มุงหลังคา
หรือแป้นเกล็ดนั่นเอง ในบ้านเราส่วนใหญ่ทำมาจากไม้สักและไม้แดง
ซึ่งเป็นไม่ที่มีคุณสมบัติทนต่อความร้อนชื้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดี
โดยเฉพาะไม้สักจะมีกลิ่นเฉพาะตัว ทำให้ไม่มีแมลงกินไม้ไม่มารบกวร
มีอายุการใช้งานยาวนาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อไม้ด้วย
เช่นถ้าเป็นไม้เกรด
A คุณภาพดี ไม่มีรอยแตกร้าว จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 50
ปีขึ้นไป โดยมีหน้ากว้างคละขนาดกันมาให้เลือกใช้ตั้งแต่ 4-8 นิ้ว
ราคาเริ่มต้นที่แผ่นละ 12 บาท หรือประมาณตารางเมตรละ 700
บาท(ไม่รวมค่าติดตั้ง)
17. โลหะลอน(หลังคาเหล็ก)
ทำจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีเคลือบสี ดัดเป็นลูกฟูกหรือลอนเหลี่ยม
มักใช้กับหลังคาโรงงานหรืออาคารที่ต้องการคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่
ปัจจุบันมีเทศนิควิธีการผลิตที่ก้าวหน้า
เหล็กเคลือบสีบางประเภทที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมสามารถต้านทานการกัดกร่อนในสภาวะกาศที่แตกต่างกันออกไปได้ดี
ทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานนาน มีสีต่างๆให้เลือกมากมาย
เราจึงสามารถนำมาใช้ประกอบกับการออกแบบสีสันอาคารสมัยใหม่ให้เกิดความสวยงามได้อีกรูปแบบหนึ่ง
แต่โลหะลอนบางชนิดก็มีข้อเสีย คือจะร้อนมากในเวลากลางวัน
เพราะโลหะจะไม่เป็นฉนวนป้องกันความร้อน และอาจมีเสียงดังเมื่อมีฝนตก
ดังนั้น
การเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาประเภทนี้ต้องคำนึงถึงการป้องกันความร้อนและเสียงดังจากหลังคาเข้าสู่อาคารเป็นอย่างดี
|